counter 3,956

วันนี้ ::: บางคน

บางคน....

 

 

 

ในชีวิตนึงของเรา บางทีเราก็ให้ความสำคัญกับตัวเองมากไปใช่ไหม

"มาก" จนบางคราวล้นเอ่อ

 

ทุกสิ่ง...ฉันควรได้รับ ทุกอย่าง...มันเป็นของฉัน

คิดเสียแบบนี้มากเสียจนลืมนึกไป

ว่าความจริงเราเองก็เป็นเเค่.... "ใครบางคน" เท่านั้นเอง

เป็นเพียงจุดธุลีบนโลกกว้างๆเบี้ยวๆใบนี้

 

ฉันนั่งคิดเรื่องนี้หลังจากฟังเพลงๆหนึ่ง

คิดเเล้วก็มองตัวเอง....ฉันต้องการอะไรเหรอคะในชีวิตเส็งเคร็งนี้

ชีวิตที่ลืมตาทุกวันพบเเต่ความปวดร้าว สุขผิวเผิน

 ชีวิตที่ทุกวันๆได้เเต่ใช้เพื่อให้มันหมดไป

ไม่มีจุดหมาย....

 

 

ท่ามกลางเมฆหมอกครึ้มๆ.... ไม่รู้ทำไมจึงมองเห็น"เธอ" อยู่ที่ตรงนั้น

ไม่นะไม่!!!....

ไม่ได้จะโอเว่อร์ขนาดว่าเธอคือเเสงสว่างของฉัน

โอ้วววว พระพุทธเจ้า.....เธอคือชีวิตของฉัน

นั่นมันน้ำเน่าเเล้ว -*-

 

ก็เเค่รู้สึกว่าในวันๆหนึ่ง ตั้งเเต่ได้เริ่มสังเกต ได้มองหาเธอ

ฉันก็มีอะไรให้ทำมากขึ้น

ได้ห่วงใย ใส่ใจใครบ้างที่นอกเหนือจากคนที่พบในกระจกทุกวัน

"มันดีนะ"

 อย่างน้อยก็ทำให้ยิ้ม ^___^ รู้จักที่จะให้....สิ่งดีๆกับใครสักคน

แม้มันจะมีบางอารมณ์ที่หม่นไปบ้าง เพราะความต้องการลึกๆ

ที่ตัดยังไงมันก็ไม่ขาดเสียที

ก็ไม่ใช่พระอรหันต์....ไม่สามารถปล่อยวางได้ขนาดนั้น

สิ่งที่ทำจึงยังหวัง....."หวังอะไรกลับมา"

ทั้งที่รู้ว่าหวัง....แล้วจะเสียใจก็ยังหวัง.....

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ประชากรห่วยๆของโลกคนนึงดื้อด้านได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้สิ!!

 

คนๆหนึ่งเป็นตั้ง "คนหนึ่ง" สำหรับตัวเอง

แต่เป็นเเค่ "ใครบางคน" สำหรับคนอีกมากมาย

เข้าใจเรื่องนี้ดีขึ้นผ่านความหม่นหมองทางอารมณ์ที่มี

 

"คนโดยมากอยู่ได้อย่างไม่ทุกข์ร้อนเเม้จะเป็นเพียงใครบางคนสำหรับคนนับล้าน"

(ใครบางคนให้วลีเด็ดนี้มา) ค่ะ.....เข้าใจ

เเต่....มันมากไปหรือ...???

 

ก็เเค่ไม่ต้องการเป็น "ใครบางคน" ของคนที่เราให้ความสำคัญ

เเค่อยากเป็น "คนๆหนึ่ง" ที่เธอจะมองแบบเจาะจงบ้าง.....สักครั้ง

 

 

 

 

 Somebody wants you
 เเค่บางคนที่ต้องการเธอ...

 Somebody needs you
 เเค่บางคนที่จำเป็นต้องมีเธอ

 Somebody dreams about you every single night
 เเค่บางคนที่ฝันถึงเธอทุกคืน

 Somebody can't breath without you, it's lonely
 เเค่บางคนที่หายใจขัดๆเมื่อไม่มีเธอ....เหงาหัวใจ

 Somebody hopes that one day  you will see
 เเค่บางคนที่หวังว่าซักวันหนึ่งเธอจะเห็น

 That Somebody's Me
 ว่า "บางคน" นั้น คือ.....ฉันเอง  

 

 

"ความหวัง" ขอเเค่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับมัน

เเม้บางคราวจะเจ็บปวด เเต่มันก็เป็นเสมือนชีวิตไปเสียเเล้ว

เหมือนเเม่...ถึงจะตีเราเเล้วเจ็บ

เเต่ก็ไม่อยากอยู่โดยไม่มีเเม่หรอก

มันอ้างว้างเกินไป.....

 

"ความหวัง"....ช่วยยืนเคียงข้างโดยไม่ทำร้ายฉันที.....นะคะ

 

 

Somebody hopes that one day  you will see

That Somebody's "Me".....

 

 

 

คุณดิท ((เวอร์ชั่นจิตไม่ปกติ))

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก กกก กกกก ก กก ก

หลังจากการสอบผ่านพ้นไปเมื่อวานจิตก็เริ่มไม่ปกติ

ไม่ขนาดลุกขึ้นมาฟ้อนรำหรอกนะ -*- แค่แบบ

"มันมีภาพหลอนค่ะ" ไปเล่าให้คุณเพื่อนต่างคณะฟัง

"ขนาดนั้นเลยหรอวะ???"

คือคำถามที่ได้รับกลับมา

ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าขนาดไหน เอาเป็นว่าลองเอาตัวอย่าง

ข้อสอบวิชา history of art นี่ไปชมสักข้อแล้วกัน -*-

 

      

 

คำถามถามว่า....(อ้า...อ้า....อ้า...อ้า....)

ให้นิสิตเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างของสองภาพ

ในเเง่เเรงบันดาลใจ การสร้างงาน ยุคสมัย ศิลปินและชื่อของภาพ

 

อ่ะน่อ.....ถามสั้นๆ คิดคำถามกันสองนาที -*-

แล้วเคยคิดถึงจิตใจคนอ่านมาสอบกันม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย O^O

 

ขอเท้าความไปถึงหนังสือที่อ่านสอบ เป็นชีทซีร็อกซ์สองหน้า

ราคา 94 บาท (เเค่ราคาคงพอเดาความหนากันเองได้ ขอย้ำว่ามันเป็นหน้าหลังค่ะ)

รูปมีทุกหน้า ต้องจำรายละเอียด ชื่อภาพ ศิลปิน ยุค

ท่าทางไม่ต่ำกว่าร้อยห้าสิบรูปทีเดียว แล้วก็เดาไม่ถูกว่า(ไอ้)คุณอาจารย์

จะเลือกเอารูปไหนมาออก

renessaunce (เขียนยังไง *---*)

baroque

rococo

neo classicism

romanticism

reallism

impressionism

post-impressionism

symbolism

expressionism

จนถึง....cubism

เเค่สมัยก็มีเป้นสิบ เลือกเอาสิคะ เลือกกันให้ม่วนอ๊กม่วนใจ๋

อีคนอ่านก็ตะบี้ตะบันอ่านไป มิหน้าซ้ำชีทซีร็อกซ์มองรูปไม่ออก

เห็นเป็นปื้นดำๆ ต้องใช้ญาณทรรศนะ เพ่งดูเอา

เสียเงิน เสียเวลา เสียสายตา เเถมเสียเซลฟ์

พระพุทธเจ้าช่วย กล้วยเชื่อมมมมมมมมมม!!!~

 

ไม่แปลกที่จิตจะหลุดออกจากร่างไป

ในเวลาสอบหนึ่งชั่วโมง

จำมาร้อยสองร้อยรูป ออกหกรูป -*-

หนึ่งในหกไม่พบในชีทที่อ่าน......-*-

มาเถอะค่ะ.....เอามีดมาเสียบอกเลยค่ะ เอาให้ทะลุๆ !!!!~

อ๊ากกกกกกกกกกกก กกกก กกก กกกก ก

 

 

เจ็บเเค้นเคืองโกรธโทษฉันใยยยยยยยยยยยยย~

 

"เพราะ "เธอ" คือคนที่ฉันเต็มใจจะหวังดี"

"ยิ้มกว้างๆ" เถิดนะ.....คุณ....ผู้ถูกรัก

^_______________________^

วันนี้ ::: บางคน

บางคน....

 

 

 

ในชีวิตนึงของเรา บางทีเราก็ให้ความสำคัญกับตัวเองมากไปใช่ไหม

"มาก" จนบางคราวล้นเอ่อ

 

ทุกสิ่ง...ฉันควรได้รับ ทุกอย่าง...มันเป็นของฉัน

คิดเสียแบบนี้มากเสียจนลืมนึกไป

ว่าความจริงเราเองก็เป็นเเค่.... "ใครบางคน" เท่านั้นเอง

เป็นเพียงจุดธุลีบนโลกกว้างๆเบี้ยวๆใบนี้

 

ฉันนั่งคิดเรื่องนี้หลังจากฟังเพลงๆหนึ่ง

คิดเเล้วก็มองตัวเอง....ฉันต้องการอะไรเหรอคะในชีวิตเส็งเคร็งนี้

ชีวิตที่ลืมตาทุกวันพบเเต่ความปวดร้าว สุขผิวเผิน

 ชีวิตที่ทุกวันๆได้เเต่ใช้เพื่อให้มันหมดไป

ไม่มีจุดหมาย....

 

 

ท่ามกลางเมฆหมอกครึ้มๆ.... ไม่รู้ทำไมจึงมองเห็น"เธอ" อยู่ที่ตรงนั้น

ไม่นะไม่!!!....

ไม่ได้จะโอเว่อร์ขนาดว่าเธอคือเเสงสว่างของฉัน

โอ้วววว พระพุทธเจ้า.....เธอคือชีวิตของฉัน

นั่นมันน้ำเน่าเเล้ว -*-

 

ก็เเค่รู้สึกว่าในวันๆหนึ่ง ตั้งเเต่ได้เริ่มสังเกต ได้มองหาเธอ

ฉันก็มีอะไรให้ทำมากขึ้น

ได้ห่วงใย ใส่ใจใครบ้างที่นอกเหนือจากคนที่พบในกระจกทุกวัน

"มันดีนะ"

 อย่างน้อยก็ทำให้ยิ้ม ^___^ รู้จักที่จะให้....สิ่งดีๆกับใครสักคน

แม้มันจะมีบางอารมณ์ที่หม่นไปบ้าง เพราะความต้องการลึกๆ

ที่ตัดยังไงมันก็ไม่ขาดเสียที

ก็ไม่ใช่พระอรหันต์....ไม่สามารถปล่อยวางได้ขนาดนั้น

สิ่งที่ทำจึงยังหวัง....."หวังอะไรกลับมา"

ทั้งที่รู้ว่าหวัง....แล้วจะเสียใจก็ยังหวัง.....

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ประชากรห่วยๆของโลกคนนึงดื้อด้านได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้สิ!!

 

คนๆหนึ่งเป็นตั้ง "คนหนึ่ง" สำหรับตัวเอง

แต่เป็นเเค่ "ใครบางคน" สำหรับคนอีกมากมาย

เข้าใจเรื่องนี้ดีขึ้นผ่านความหม่นหมองทางอารมณ์ที่มี

 

"คนโดยมากอยู่ได้อย่างไม่ทุกข์ร้อนเเม้จะเป็นเพียงใครบางคนสำหรับคนนับล้าน"

(ใครบางคนให้วลีเด็ดนี้มา) ค่ะ.....เข้าใจ

เเต่....มันมากไปหรือ...???

 

ก็เเค่ไม่ต้องการเป็น "ใครบางคน" ของคนที่เราให้ความสำคัญ

เเค่อยากเป็น "คนๆหนึ่ง" ที่เธอจะมองแบบเจาะจงบ้าง.....สักครั้ง

 

 

 

 

 Somebody wants you
 เเค่บางคนที่ต้องการเธอ...

 Somebody needs you
 เเค่บางคนที่จำเป็นต้องมีเธอ

 Somebody dreams about you every single night
 เเค่บางคนที่ฝันถึงเธอทุกคืน

 Somebody can't breath without you, it's lonely
 เเค่บางคนที่หายใจขัดๆเมื่อไม่มีเธอ....เหงาหัวใจ

 Somebody hopes that one day  you will see
 เเค่บางคนที่หวังว่าซักวันหนึ่งเธอจะเห็น

 That Somebody's Me
 ว่า "บางคน" นั้น คือ.....ฉันเอง  

 

 

"ความหวัง" ขอเเค่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับมัน

เเม้บางคราวจะเจ็บปวด เเต่มันก็เป็นเสมือนชีวิตไปเสียเเล้ว

เหมือนเเม่...ถึงจะตีเราเเล้วเจ็บ

เเต่ก็ไม่อยากอยู่โดยไม่มีเเม่หรอก

มันอ้างว้างเกินไป.....

 

"ความหวัง"....ช่วยยืนเคียงข้างโดยไม่ทำร้ายฉันที.....นะคะ

 

 

Somebody hopes that one day  you will see

That Somebody's "Me".....

 

 

 

คุณดิท ((เวอร์ชั่นจิตไม่ปกติ))

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก กกก กกกก ก กก ก

หลังจากการสอบผ่านพ้นไปเมื่อวานจิตก็เริ่มไม่ปกติ

ไม่ขนาดลุกขึ้นมาฟ้อนรำหรอกนะ -*- แค่แบบ

"มันมีภาพหลอนค่ะ" ไปเล่าให้คุณเพื่อนต่างคณะฟัง

"ขนาดนั้นเลยหรอวะ???"

คือคำถามที่ได้รับกลับมา

ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าขนาดไหน เอาเป็นว่าลองเอาตัวอย่าง

ข้อสอบวิชา history of art นี่ไปชมสักข้อแล้วกัน -*-

 

      

 

คำถามถามว่า....(อ้า...อ้า....อ้า...อ้า....)

ให้นิสิตเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างของสองภาพ

ในเเง่เเรงบันดาลใจ การสร้างงาน ยุคสมัย ศิลปินและชื่อของภาพ

 

อ่ะน่อ.....ถามสั้นๆ คิดคำถามกันสองนาที -*-

แล้วเคยคิดถึงจิตใจคนอ่านมาสอบกันม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย O^O

 

ขอเท้าความไปถึงหนังสือที่อ่านสอบ เป็นชีทซีร็อกซ์สองหน้า

ราคา 94 บาท (เเค่ราคาคงพอเดาความหนากันเองได้ ขอย้ำว่ามันเป็นหน้าหลังค่ะ)

รูปมีทุกหน้า ต้องจำรายละเอียด ชื่อภาพ ศิลปิน ยุค

ท่าทางไม่ต่ำกว่าร้อยห้าสิบรูปทีเดียว แล้วก็เดาไม่ถูกว่า(ไอ้)คุณอาจารย์

จะเลือกเอารูปไหนมาออก

renessaunce (เขียนยังไง *---*)

baroque

rococo

neo classicism

romanticism

reallism

impressionism

post-impressionism

symbolism

expressionism

จนถึง....cubism

เเค่สมัยก็มีเป้นสิบ เลือกเอาสิคะ เลือกกันให้ม่วนอ๊กม่วนใจ๋

อีคนอ่านก็ตะบี้ตะบันอ่านไป มิหน้าซ้ำชีทซีร็อกซ์มองรูปไม่ออก

เห็นเป็นปื้นดำๆ ต้องใช้ญาณทรรศนะ เพ่งดูเอา

เสียเงิน เสียเวลา เสียสายตา เเถมเสียเซลฟ์

พระพุทธเจ้าช่วย กล้วยเชื่อมมมมมมมมมม!!!~

 

ไม่แปลกที่จิตจะหลุดออกจากร่างไป

ในเวลาสอบหนึ่งชั่วโมง

จำมาร้อยสองร้อยรูป ออกหกรูป -*-

หนึ่งในหกไม่พบในชีทที่อ่าน......-*-

มาเถอะค่ะ.....เอามีดมาเสียบอกเลยค่ะ เอาให้ทะลุๆ !!!!~

อ๊ากกกกกกกกกกกก กกกก กกก กกกก ก

 

 

เจ็บเเค้นเคืองโกรธโทษฉันใยยยยยยยยยยยยย~

 

"เพราะ "เธอ" คือคนที่ฉันเต็มใจจะหวังดี"

"ยิ้มกว้างๆ" เถิดนะ.....คุณ....ผู้ถูกรัก

^_______________________^

วันนี้ ::: ชอบ___สุข___กลัว

ช อ บ

ชีวิตนี้ฉันอะไรชอบตั้งมากมาย

ชอบเที่ยวเล่นลืมเวลา ชอบดูหนังรอบเย็นๆ

ชอบร้องเพลงคนเดียว ชอบฟังเพลงซ้ำๆเเค่สี่ห้าเพลง (ฟังทั้งวันได้)

ชอบกินข้าวเร็วๆ ชอบนอนคว่ำ ชอบเล่นผ้าขนหนู

ชอบโน่น ชอบนี่ ชอบนั่น เปลี่ยนไป หมุนไป หรือไม่ก็ซ้ำๆไป ทุกวันๆ

ชอบอะไรตั้งมากมาย.....

แค่ตอนนี้ฉัน "ชอบคุณ"เพิ่มขึ้นมาอีกสักอย่าง

มันแปลกยังไงนัก!!!

 

"ชอบใคร"....เป็นคำถามที่โดนถามบ่อยเหลือเกิน

เพราะชอบชี้นำให้ผู้คนสงสัยหรือไง...ก็เเค่ ในได ในเอ็ม ในสมุดบันทึก

(ในใจ อ้วกกกกก!!! เน่าเเล้ว)

ชื่อเช่อ หรือเรื่องราวที่เขียนมันเบนก็ไปหาคุณซะหมด

(ไดหน้านี้ก็อีกแล้ว -*-) เท่านั้นเอง

ก็นะ...ให้ทำยังไงคะ

พอชอบ อะไรๆมันก็คิดถึงเเต่คุณไปซะหมดนี่นา

ไม่ได้อยากโชว์ อยากอวด หรืออยากให้ใครมาถามหรอก

ถ้าจะให้อยากเเสดงอะไรสักอย่าง...คงเเค่อยากแสดงให้คุณรับรู้ (นิดเดียว)

แค่เก็บอาการไม่ไหว เก็บความรู้สึกไม่เก่ง

เป็นมาเเต่กำเนิดเเล้วหล่ะ (ให้แก้สันด-นตอนนี้คงจะยากแฮะ -*-)

 

"ชอบใคร"

คนอื่นถามยังพอเลี่ยงได้

เเต่พอคุณถามเอง...ฉันควรทำยังไง ><"

ต่อสู้ระหว่างหัวใจกับความกล้าในสามัญสำนึก

ดิ้นรน ส่ายหน้า

เม้มปาก บิดไม้บิดมือ เสียงสั่น

เปลี่ยนเรื่องคุย บ่ายเบี่ยง ตอบเลี่ยงๆ

บอกว่าถึงเวลาซักวันค่อยรู้นะ....-*-

หรือควรจะบอกเลย...

"ชอบคุณ"

 

.

.

..

ไม่ไหวๆ อะไรๆยังไม่พร้อมพอ

(รออะไรล่ะ)

รอให้ใจนิ่ง รอให้ความกล้ามันมากพอ

กล้าที่จะผิดหวัง กล้าที่จะเจ็บปวด

เมื่อนั้น จะบอกเเน่นอน

 

แต่ก็นะ...ถ้าตอนถามบรรยากาศมันเงียบพอ

คุณคงได้ยินไปแล้วมั๊ง....??

เสียงภายในที่มันตะโกน

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

"รักคุณ"

เอ๊ะ!!!!~ ยังไง!!!! OoO""

 

พอทำสิ่งที่ชอบแล้วมัน....^______________^

ก็สุข ^^

 

สุ ข

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสุข

สุข....เพราะความไม่รีบร้อน ไม่ต้องวิ่งส่งงาน ไม่ต้องเบียดกับคนบนเรือ

         ไม่ต้องกลัวว่าจะลงรถตู้ยังไงเมื่อนั่งเเถวหลังสุด

สุข....เพราะได้นอนตื่นสายๆ ไม่มีงานรอ ไม่ต้องกังวลว่านาฬิกาจะปลุกกี่โมง

สุข...เพราะได้คุยกับคนดีๆ พูดเรื่องที่พูดด้วยกัน ไม่ใช่เเค่ฟัง หรือพูดอยู่คนเดียว

สุข....เพราะได้เดินคนเดียว อิสระอย่างใจ ไม่ต้องคอยคนข้างๆ ไม่ต้องมองหน้ามองหลัง

สุข....เพราะได้จับดินสอ ปากกา มาขีดๆเขียนๆ วาดเป็นภาพ ระบายสี เล่าเรื่อง อะไรก็ตามที่อยากจะจำ

สุข...เพราะได้มองสิ่งที่อยากจะมอง ซ้ำไปซ้ำมา มองแล้วยิ้ม ยิ้มเเล้วมองอีก มองจ้อง...มองนานๆ

สุข...เพราะได้สังเกตมุมเล็กมุมน้อย บ้าน ถนน คน อาคาร กิริยา อาการ

        ใบหน้า ตา จมูก ปาก คิ้ว คาง ผม (ของใคร??) 

สุข...เพราะได้คิดถึง...ได้รู้ว่าคุณอยู่ตรงไหน แม้ไม่เห็น ไม่ได้สัมผัส แค่จินตนาการ ก็ทำกันไป

สุข...

สุข...

โดยที่ไม่ได้คิดเท่าไหร่ว่า สุข.....มักไม่อยู่กับเรานานนัก

แล้วเผลอพอคิดไปแล้ว

ก็....กลัว...ขึ้นมา

 

 

 ก ลั ว

เคยไหมที่....กลัว...โดยไร้สาเหตุ

กลัวทั้งที่มันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

กลัวทั้งๆที่วันนี้ยังนั่งยิ้ม คุย หัวเราะ

แล้วอยู่ดีๆก็นึก...."กลัว"

 

บางทีชีวิตที่ผ่านมามันอาจจะขรุขระเสียจนชินแล้วล่ะมั๊ง

พอมาอยู่บนทางเรียบ...ทางที่ปูพรม

บางทีมันสบายเเละสุขเสียจนหวาดระแวง

กลัวต้องกลับไปยืนบนพื้นขรุขระ

กลัวจะรับความเปลี่ยนแปลงพวกนั้นไม่ไหวเสียแล้ว

 

จิตใจที่เคยแกร่งกร้าน...อะไรก็ไม่กลัวทั้งนั้น

สมองที่เคยสั่งการฉึบฉับ...ตื่นตัวตลอดเวลา

คิดหาทางรับมือกับความทุกข์ได้เสมอ

 

วันนี้เป็นอะไรไปแล้ว??

สบายจนเคยตัวหรืออย่างไรนะ...

 

หากขอพรได้สักข้อ อยากขอสิ่งใดกัน

"ขอสุขเช่นนี้ไปนานๆ"

หรือ

"ขอเรี่ยวแรงและปัญหากลับคืนมาให้ต่อสู้กันอีกครั้ง"

 

 

ชอบ >>> สุข >>> กลัว

เมื่อสามสิ่งนี้เชื่อมโยงกันมาเป็นลูกโซ่

แล้วควรอยู่อย่างไร

อยู่แบบไม่ชอบ

อยู่แบบไม่สุข

หรืออยู่แบบไม่กลัว

 

ยังไงดี!!!

 

 

กลัวเธอจะอายใครๆที่ฉัน...ไปรักเธอ

วันนี้ ::: บางคน

บางคน....

 

 

 

ในชีวิตนึงของเรา บางทีเราก็ให้ความสำคัญกับตัวเองมากไปใช่ไหม

"มาก" จนบางคราวล้นเอ่อ

 

ทุกสิ่ง...ฉันควรได้รับ ทุกอย่าง...มันเป็นของฉัน

คิดเสียแบบนี้มากเสียจนลืมนึกไป

ว่าความจริงเราเองก็เป็นเเค่.... "ใครบางคน" เท่านั้นเอง

เป็นเพียงจุดธุลีบนโลกกว้างๆเบี้ยวๆใบนี้

 

ฉันนั่งคิดเรื่องนี้หลังจากฟังเพลงๆหนึ่ง

คิดเเล้วก็มองตัวเอง....ฉันต้องการอะไรเหรอคะในชีวิตเส็งเคร็งนี้

ชีวิตที่ลืมตาทุกวันพบเเต่ความปวดร้าว สุขผิวเผิน

 ชีวิตที่ทุกวันๆได้เเต่ใช้เพื่อให้มันหมดไป

ไม่มีจุดหมาย....

 

 

ท่ามกลางเมฆหมอกครึ้มๆ.... ไม่รู้ทำไมจึงมองเห็น"เธอ" อยู่ที่ตรงนั้น

ไม่นะไม่!!!....

ไม่ได้จะโอเว่อร์ขนาดว่าเธอคือเเสงสว่างของฉัน

โอ้วววว พระพุทธเจ้า.....เธอคือชีวิตของฉัน

นั่นมันน้ำเน่าเเล้ว -*-

 

ก็เเค่รู้สึกว่าในวันๆหนึ่ง ตั้งเเต่ได้เริ่มสังเกต ได้มองหาเธอ

ฉันก็มีอะไรให้ทำมากขึ้น

ได้ห่วงใย ใส่ใจใครบ้างที่นอกเหนือจากคนที่พบในกระจกทุกวัน

"มันดีนะ"

 อย่างน้อยก็ทำให้ยิ้ม ^___^ รู้จักที่จะให้....สิ่งดีๆกับใครสักคน

แม้มันจะมีบางอารมณ์ที่หม่นไปบ้าง เพราะความต้องการลึกๆ

ที่ตัดยังไงมันก็ไม่ขาดเสียที

ก็ไม่ใช่พระอรหันต์....ไม่สามารถปล่อยวางได้ขนาดนั้น

สิ่งที่ทำจึงยังหวัง....."หวังอะไรกลับมา"

ทั้งที่รู้ว่าหวัง....แล้วจะเสียใจก็ยังหวัง.....

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ประชากรห่วยๆของโลกคนนึงดื้อด้านได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้สิ!!

 

คนๆหนึ่งเป็นตั้ง "คนหนึ่ง" สำหรับตัวเอง

แต่เป็นเเค่ "ใครบางคน" สำหรับคนอีกมากมาย

เข้าใจเรื่องนี้ดีขึ้นผ่านความหม่นหมองทางอารมณ์ที่มี

 

"คนโดยมากอยู่ได้อย่างไม่ทุกข์ร้อนเเม้จะเป็นเพียงใครบางคนสำหรับคนนับล้าน"

(ใครบางคนให้วลีเด็ดนี้มา) ค่ะ.....เข้าใจ

เเต่....มันมากไปหรือ...???

 

ก็เเค่ไม่ต้องการเป็น "ใครบางคน" ของคนที่เราให้ความสำคัญ

เเค่อยากเป็น "คนๆหนึ่ง" ที่เธอจะมองแบบเจาะจงบ้าง.....สักครั้ง

 

 

 

 

 Somebody wants you
 เเค่บางคนที่ต้องการเธอ...

 Somebody needs you
 เเค่บางคนที่จำเป็นต้องมีเธอ

 Somebody dreams about you every single night
 เเค่บางคนที่ฝันถึงเธอทุกคืน

 Somebody can't breath without you, it's lonely
 เเค่บางคนที่หายใจขัดๆเมื่อไม่มีเธอ....เหงาหัวใจ

 Somebody hopes that one day  you will see
 เเค่บางคนที่หวังว่าซักวันหนึ่งเธอจะเห็น

 That Somebody's Me
 ว่า "บางคน" นั้น คือ.....ฉันเอง  

 

 

"ความหวัง" ขอเเค่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับมัน

เเม้บางคราวจะเจ็บปวด เเต่มันก็เป็นเสมือนชีวิตไปเสียเเล้ว

เหมือนเเม่...ถึงจะตีเราเเล้วเจ็บ

เเต่ก็ไม่อยากอยู่โดยไม่มีเเม่หรอก

มันอ้างว้างเกินไป.....

 

"ความหวัง"....ช่วยยืนเคียงข้างโดยไม่ทำร้ายฉันที.....นะคะ

 

 

Somebody hopes that one day  you will see

That Somebody's "Me".....

 

 

 

คุณดิท ((เวอร์ชั่นจิตไม่ปกติ))

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก กกก กกกก ก กก ก

หลังจากการสอบผ่านพ้นไปเมื่อวานจิตก็เริ่มไม่ปกติ

ไม่ขนาดลุกขึ้นมาฟ้อนรำหรอกนะ -*- แค่แบบ

"มันมีภาพหลอนค่ะ" ไปเล่าให้คุณเพื่อนต่างคณะฟัง

"ขนาดนั้นเลยหรอวะ???"

คือคำถามที่ได้รับกลับมา

ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าขนาดไหน เอาเป็นว่าลองเอาตัวอย่าง

ข้อสอบวิชา history of art นี่ไปชมสักข้อแล้วกัน -*-

 

      

 

คำถามถามว่า....(อ้า...อ้า....อ้า...อ้า....)

ให้นิสิตเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างของสองภาพ

ในเเง่เเรงบันดาลใจ การสร้างงาน ยุคสมัย ศิลปินและชื่อของภาพ

 

อ่ะน่อ.....ถามสั้นๆ คิดคำถามกันสองนาที -*-

แล้วเคยคิดถึงจิตใจคนอ่านมาสอบกันม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย O^O

 

ขอเท้าความไปถึงหนังสือที่อ่านสอบ เป็นชีทซีร็อกซ์สองหน้า

ราคา 94 บาท (เเค่ราคาคงพอเดาความหนากันเองได้ ขอย้ำว่ามันเป็นหน้าหลังค่ะ)

รูปมีทุกหน้า ต้องจำรายละเอียด ชื่อภาพ ศิลปิน ยุค

ท่าทางไม่ต่ำกว่าร้อยห้าสิบรูปทีเดียว แล้วก็เดาไม่ถูกว่า(ไอ้)คุณอาจารย์

จะเลือกเอารูปไหนมาออก

renessaunce (เขียนยังไง *---*)

baroque

rococo

neo classicism

romanticism

reallism

impressionism

post-impressionism

symbolism

expressionism

จนถึง....cubism

เเค่สมัยก็มีเป้นสิบ เลือกเอาสิคะ เลือกกันให้ม่วนอ๊กม่วนใจ๋

อีคนอ่านก็ตะบี้ตะบันอ่านไป มิหน้าซ้ำชีทซีร็อกซ์มองรูปไม่ออก

เห็นเป็นปื้นดำๆ ต้องใช้ญาณทรรศนะ เพ่งดูเอา

เสียเงิน เสียเวลา เสียสายตา เเถมเสียเซลฟ์

พระพุทธเจ้าช่วย กล้วยเชื่อมมมมมมมมมม!!!~

 

ไม่แปลกที่จิตจะหลุดออกจากร่างไป

ในเวลาสอบหนึ่งชั่วโมง

จำมาร้อยสองร้อยรูป ออกหกรูป -*-

หนึ่งในหกไม่พบในชีทที่อ่าน......-*-

มาเถอะค่ะ.....เอามีดมาเสียบอกเลยค่ะ เอาให้ทะลุๆ !!!!~

อ๊ากกกกกกกกกกกก กกกก กกก กกกก ก

 

 

เจ็บเเค้นเคืองโกรธโทษฉันใยยยยยยยยยยยยย~

 

"เพราะ "เธอ" คือคนที่ฉันเต็มใจจะหวังดี"

"ยิ้มกว้างๆ" เถิดนะ.....คุณ....ผู้ถูกรัก

^_______________________^

วันนี้ ::: ชอบ___สุข___กลัว

ช อ บ

ชีวิตนี้ฉันอะไรชอบตั้งมากมาย

ชอบเที่ยวเล่นลืมเวลา ชอบดูหนังรอบเย็นๆ

ชอบร้องเพลงคนเดียว ชอบฟังเพลงซ้ำๆเเค่สี่ห้าเพลง (ฟังทั้งวันได้)

ชอบกินข้าวเร็วๆ ชอบนอนคว่ำ ชอบเล่นผ้าขนหนู

ชอบโน่น ชอบนี่ ชอบนั่น เปลี่ยนไป หมุนไป หรือไม่ก็ซ้ำๆไป ทุกวันๆ

ชอบอะไรตั้งมากมาย.....

แค่ตอนนี้ฉัน "ชอบคุณ"เพิ่มขึ้นมาอีกสักอย่าง

มันแปลกยังไงนัก!!!

 

"ชอบใคร"....เป็นคำถามที่โดนถามบ่อยเหลือเกิน

เพราะชอบชี้นำให้ผู้คนสงสัยหรือไง...ก็เเค่ ในได ในเอ็ม ในสมุดบันทึก

(ในใจ อ้วกกกกก!!! เน่าเเล้ว)

ชื่อเช่อ หรือเรื่องราวที่เขียนมันเบนก็ไปหาคุณซะหมด

(ไดหน้านี้ก็อีกแล้ว -*-) เท่านั้นเอง

ก็นะ...ให้ทำยังไงคะ

พอชอบ อะไรๆมันก็คิดถึงเเต่คุณไปซะหมดนี่นา

ไม่ได้อยากโชว์ อยากอวด หรืออยากให้ใครมาถามหรอก

ถ้าจะให้อยากเเสดงอะไรสักอย่าง...คงเเค่อยากแสดงให้คุณรับรู้ (นิดเดียว)

แค่เก็บอาการไม่ไหว เก็บความรู้สึกไม่เก่ง

เป็นมาเเต่กำเนิดเเล้วหล่ะ (ให้แก้สันด-นตอนนี้คงจะยากแฮะ -*-)

 

"ชอบใคร"

คนอื่นถามยังพอเลี่ยงได้

เเต่พอคุณถามเอง...ฉันควรทำยังไง ><"

ต่อสู้ระหว่างหัวใจกับความกล้าในสามัญสำนึก

ดิ้นรน ส่ายหน้า

เม้มปาก บิดไม้บิดมือ เสียงสั่น

เปลี่ยนเรื่องคุย บ่ายเบี่ยง ตอบเลี่ยงๆ

บอกว่าถึงเวลาซักวันค่อยรู้นะ....-*-

หรือควรจะบอกเลย...

"ชอบคุณ"

 

.

.

..

ไม่ไหวๆ อะไรๆยังไม่พร้อมพอ

(รออะไรล่ะ)

รอให้ใจนิ่ง รอให้ความกล้ามันมากพอ

กล้าที่จะผิดหวัง กล้าที่จะเจ็บปวด

เมื่อนั้น จะบอกเเน่นอน

 

แต่ก็นะ...ถ้าตอนถามบรรยากาศมันเงียบพอ

คุณคงได้ยินไปแล้วมั๊ง....??

เสียงภายในที่มันตะโกน

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

"รักคุณ"

เอ๊ะ!!!!~ ยังไง!!!! OoO""

 

พอทำสิ่งที่ชอบแล้วมัน....^______________^

ก็สุข ^^

 

สุ ข

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสุข

สุข....เพราะความไม่รีบร้อน ไม่ต้องวิ่งส่งงาน ไม่ต้องเบียดกับคนบนเรือ

         ไม่ต้องกลัวว่าจะลงรถตู้ยังไงเมื่อนั่งเเถวหลังสุด

สุข....เพราะได้นอนตื่นสายๆ ไม่มีงานรอ ไม่ต้องกังวลว่านาฬิกาจะปลุกกี่โมง

สุข...เพราะได้คุยกับคนดีๆ พูดเรื่องที่พูดด้วยกัน ไม่ใช่เเค่ฟัง หรือพูดอยู่คนเดียว

สุข....เพราะได้เดินคนเดียว อิสระอย่างใจ ไม่ต้องคอยคนข้างๆ ไม่ต้องมองหน้ามองหลัง

สุข....เพราะได้จับดินสอ ปากกา มาขีดๆเขียนๆ วาดเป็นภาพ ระบายสี เล่าเรื่อง อะไรก็ตามที่อยากจะจำ

สุข...เพราะได้มองสิ่งที่อยากจะมอง ซ้ำไปซ้ำมา มองแล้วยิ้ม ยิ้มเเล้วมองอีก มองจ้อง...มองนานๆ

สุข...เพราะได้สังเกตมุมเล็กมุมน้อย บ้าน ถนน คน อาคาร กิริยา อาการ

        ใบหน้า ตา จมูก ปาก คิ้ว คาง ผม (ของใคร??) 

สุข...เพราะได้คิดถึง...ได้รู้ว่าคุณอยู่ตรงไหน แม้ไม่เห็น ไม่ได้สัมผัส แค่จินตนาการ ก็ทำกันไป

สุข...

สุข...

โดยที่ไม่ได้คิดเท่าไหร่ว่า สุข.....มักไม่อยู่กับเรานานนัก

แล้วเผลอพอคิดไปแล้ว

ก็....กลัว...ขึ้นมา

 

 

 ก ลั ว

เคยไหมที่....กลัว...โดยไร้สาเหตุ

กลัวทั้งที่มันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

กลัวทั้งๆที่วันนี้ยังนั่งยิ้ม คุย หัวเราะ

แล้วอยู่ดีๆก็นึก...."กลัว"

 

บางทีชีวิตที่ผ่านมามันอาจจะขรุขระเสียจนชินแล้วล่ะมั๊ง

พอมาอยู่บนทางเรียบ...ทางที่ปูพรม

บางทีมันสบายเเละสุขเสียจนหวาดระแวง

กลัวต้องกลับไปยืนบนพื้นขรุขระ

กลัวจะรับความเปลี่ยนแปลงพวกนั้นไม่ไหวเสียแล้ว

 

จิตใจที่เคยแกร่งกร้าน...อะไรก็ไม่กลัวทั้งนั้น

สมองที่เคยสั่งการฉึบฉับ...ตื่นตัวตลอดเวลา

คิดหาทางรับมือกับความทุกข์ได้เสมอ

 

วันนี้เป็นอะไรไปแล้ว??

สบายจนเคยตัวหรืออย่างไรนะ...

 

หากขอพรได้สักข้อ อยากขอสิ่งใดกัน

"ขอสุขเช่นนี้ไปนานๆ"

หรือ

"ขอเรี่ยวแรงและปัญหากลับคืนมาให้ต่อสู้กันอีกครั้ง"

 

 

ชอบ >>> สุข >>> กลัว

เมื่อสามสิ่งนี้เชื่อมโยงกันมาเป็นลูกโซ่

แล้วควรอยู่อย่างไร

อยู่แบบไม่ชอบ

อยู่แบบไม่สุข

หรืออยู่แบบไม่กลัว

 

ยังไงดี!!!

 

 

กลัวเธอจะอายใครๆที่ฉัน...ไปรักเธอ

วันนี้ ::: มากมาย

 

อัพหนอ จะสอบยังอัพหนอ ตกหนอ ตกหนอ ตกหนอ ว๊ากกกกกก

555 เนื่องจากอ่านปัจจุบันทันด่วนสกิลวิชาภาษาอังกฤษก็คงไม่เพิ่มแล้ว

เลยออกเเนว เก็บชั่วโมงชิวดีกว่านะคะ ทำสมองให้เเจ่มใสพร้อมสอบเอาไว้ (มันอ้าง!!!)

 

ประการแรก

หลังจากได้รูปมาก็แอบอัพเรื่องนี้บ้างเเล้วกัน (แอบไปเพื่ออะไรมิทราบคะ!!!) -*-

16 ก.พ. 2551

เนื่องในโอกาสวันซ้อมรับปริญญาม.บางมด เราก็แอบฉุดกระชาก ปนขู่บังคับ

ไดข้างเคียงมาเจอกันค่ะ

prt-8.storythai.com

คุณท่านพี่นลิน หรือพี่ณัฐอันแสนป๊อปปูล่าของน้องๆนั่นเอง ><"

ว่ากันด้วยภาพเเล้วกัน เวอร์ชั่นไม่เเต่ง คิคิ มั่นไงว่าสวย!!

 

5555 55 5 ออกมาอย่างที่เห็น ชมได้อย่างเดียวเท่านั้นค่ะ -*-

คุณคนข้างๆเล่นผอมเอาๆ เราเลยบานเต็มกล้องเลย งืดๆ T^T

 

มาดูนี่ดีกว่า ...lonelyrobot ภูมิใจเสนออออออออออออออ

 

 

"พี่สาวที่พลัดพรากกกก พราก พราก..กก..กก" (ใส่เอคโค่เองจ้ะ)

 

 

 

 

ขโมยคนแถวนี้...น้องเค้า เอามาเป็นพี่เราเล้ยยยย สวยทั้งคู่ ปิ๊งงงง!!!

 

อื่ม...ก่อนจะสำลักความหล่อความสวย เราไปดูเรื่องอื่นดีมะ!!! (ความจริงหลอนไปแล้ว 55)

 

ประการที่สอง

วันอังคารที่ผ่านมา หลังวันสิ้นโลกในไดหน้าก่อน

มีสอบวิชาชอพค่ะ ^^ อีวิชาที่ให้ทำนาฬิกานั่นเองค่ะ

ขอเล่าถึงความอัปยศของมันนิดนึง...อัดอั้นๆๆ ><

 

(มุมเท้าความ : วิชานี้สอนเกี่ยวกับเครื่องจักรในการเป็นช่างไม้ค่ะ

ยกตัวอย่างเช่นเครื่องเลื่อยวงเดือน เครื่องกลึง เครื่องขัด บลาๆๆ

เป็นวิชาที่สนุกนะโดยเนื้อหา แต่อาจารย์ก็เก่งเกิ๊น!!! ทำให้มันหมดสนุกได้

ด้วยวาทะการสอนแบบ....อ๊ายยยยยย!!!!! เบื่อและโหดแบบไม่ทน!!!

การเข้าชอพต้องมีเสื้อเเละผ้าปิดจมูกเฉพาะค่ะ ตอนแรกกะเปรี้ยว

ลองฝืนไม่ใส่...บวกกับวันนั้นเข้าชอพขัดไม้ -*- ออกมานี่แบบ....

"มนต์รักเมืองหิมะ" ทีเดียว ฝุ่นไม้ทำเอาไอไปสองวัน ตัวขาวไปทั้งตัว

ฝุ่นจับ....ลองนึกภาพปกติขัดไม่ด้วยกระดาษทรายก็มีฝุ่นเเล้วนะ

อีเครื่องนี่เหมือนแผงกระดาษทรายหมุนความเร็วสูง ขัดทีพายุหิมะตั้งเค้าเลย -*-

แต่เรามีอาวุธไล่ฝุ่นด้วยหล่ะในชอพ มันคื๊อออออออออออออ....

"ปืนลม..ม..ม" เป็นปืนที่ต่อจากวาล์วลม ฉีดทีแบบ นางเอกมิสิคจ้า^^

ลมเเรงสั่งได้ สนุกมากกกกกกก เชิญชวนไปเล่นกัน แล้วไว้จะถ่ายคลิปมาให้ชม ^^)

 

...เท้าความยาวเอาโล่ แหะๆๆๆ....

 

ก้าวขาเข้าห้องสอบ...ข้อสอบเป็นแบบปฏิบัติ 5 ข้อแล้วเเต่ความกรุณาของอาจารย์

ได้สามใน 5 ถือว่าผ่าน ไอ้เราเเรกๆชิวเลย หมูๆ ตั้งใจเรียนทุกคาบไง...ยังไงน่าจะทำได้ ^^

 

"ทัษณีปภา ID117ค่ะ" (เราบอกหน้าชื่น อาจารย์ยืนหน้ามีความลับมาก แบบสีหน้าเจ้าเล่ห์

อารมณ์ว่า...มึงยิ้มไม่ออกเเน่ กุจะคอยดู๊....ว๊ากกกก)

 

ข้อที่1...

อาจารย์ : นี่เครื่องอะไร (ชื่อมือไปที่เลื่อยวงเดือน)

แป้ง : (ยิ้ม) เลื่อยวงเดือนค่ะ ^^

อาจารย์ : ขนาดเท่าไหร่ (หน้าสะใจขึ้นนิดนึง)

แป้ง : -*- ... หนูรู้ว่าเค้าวัดขนาดที่ใบเลื่อยอ่ะค่ะ เเต่มองเเล้วไม่รู้ว่าเท่าไหร่ วัดมั๊ยคะจารย์ (เริ่มลน)

อาจารย์ : (ก้มลงขีดในกระดาษเเล้วโบกมือไม่ให้ไปข้อต่อไป) 

 

ข้อที่2... (เดินมายังเครื่องที่เหมือนไม่เคยเห็นเเละใช้มาก่อนในชอพ)

อาจารย์ : นี่เครื่องอะไร (ชื่อมือไปที่อีเครื่องนั่น)

แป้ง : (ยิ้มไม่ออก) หนูว่าอาจารย์ไม่เคยสอนนะคะ ^^"""""

อาจารย์ : ไม่สอน???? (หน้าสะใจออกนอกหน้า)

แป้ง : -*- ... ค่ะ (พยักหน้าหงึกๆ)

อาจารย์ : งั้นคุณก็ตกแล้ว หึหึ (ก้มลงขีดในกระดาษเเล้วโบกมือไม่ให้ไปข้อต่อไป) 

อ๊ายยยยยยยย!!!! สาบานด้วยเกียรติเนตรนารีว่าพี่เเกไม่เคยสอนจริงๆนะ ฮึ่ย!!!!

 

ข้อที่3... (เดินมาที่เครื่องเลื่อยรัศมี)

อาจารย์ : เลื่อยไม้ให้ขาด (ยื่นไม่ให้ ทำหน้าเหมือนตัวโกงในทีวี -*-)

แป้ง : (ยิ้มนิดๆ กุทำได้เว่ยยยยยยยย)

แกร่ก....แกร่ก....แกร่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆ --------*--------

แป้ง : อาจารย์...เลื่อยเปิดไม่ติดค่ะ

อาจารย์ : มันใช้ได้

แป้ง : (เดินวนๆ...เปิดเเม่งทุกสวิตช์)

อาจารย์ : อย่าๆๆๆ คุณอย่ากดมั่วสิ มันใช้ได้เเล้ว ทำให้ถูกๆ

แป้ง : มันไม่ติดน่ะ (เสียงสั่น ตาเครือๆ)

อาจารย์ : มันใช้ได้

แป้ง : มันไม่ติด

อาจารย์ : มันใช้ได้

แป้ง : มันไม่ติดจริงๆ

อาจารย์ : งั้นก็ตกไป

ฮือออออออออออ....TT^TT มันเเกล้งเค้า แม่จ๋า

 

ข้อที่4...

อาจารย์ : เลื่อยไม้ออก 1 ซม. (เดินมาที่เลื่อยวงเดือน)

แป้ง : (ยิ้มทั้งน้ำตา รับไม้มา หมุนเครื่อง) ครืด...ครืด...แก๊ก...แก๊ก....ครืดดดดดดดดดด

            (ไม้ขาดแบบทุลักทุเลนิดนึง) 

อาจารย์ : .......

ขอสะใจ ข้อเดียวก็ยังดี ^^"

 

ข้อที่5...

อาจารย์ : เลื่อย 45 องศา

แป้ง : OoO"" (ฮะ!!! ว๊อท???)

อาจารย์ : (ยื่นไขควงมา หน้าตาโจรได้อีกกกกก)

แป้ง : (ก้ม เงย ...อ่อ...ปรับตรงนี้เอง ฟลุคเจอแฮะ แต่...ไขควงเอามาทำไมวะ)

แป้ง : (เอื้อมมือไปจิเปิดเครื่อง)

อาจารย์ : หยุด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ไขควงทำไมไม่ใช้

แป้ง : .... (พูดไม่ออก)

อาจารย์ : พอๆๆๆ คนต่อไปๆ

แป้ง : จารย์ ตกลงหนูผ่านไหมคะ (วิงวอน แม้จะอยากกระโดดเตะผ่าหมากมากๆตอนนั้น)

อาจารย์ : ไม่รู้!!! ไปๆๆๆ

 

 

อ่าว....ไรฟะ!!!~ แม่ง...เจอข้างนอกนะ...สวยแน่

สรุปการสอบครั้งนั้นไม่ทราบผลแน่นอน แต่มีคุณเพื่อนบอกทีหลังว่า

เราเป็นเเค่หนึ่งในสองคนที่ผ่าน จากผู้สอบหกคนวันนั้น

 

ดีใจ ปลาบปลื้ม....แต่ยังแอบเคืองอาจารย์ต่อไปค่ะ

ตกลงไขควง...เอามาทำไร????

 

 

ประการที่สาม (ยังไม่ยาวพอใช่ไหม!!!)

เมื่อวานนี้ไปดูหนังมา(อีก)แล้ว....คริตกะจ๋า...บ้าสุดๆ

 

ความจริงน่าตั้งชื่อเรื่อง หลุยกะเเจ๊คบ้าสุดๆมากกว่า เพราะบ้ากว่าคริตกะจ๋าอีก

แต่มันไม่ใช่ตัวเอกไง เอามาตั้งชื่อเรื่องจะพาลไม่เข้าเรื่องไป 555

เรื่องของเรื่องก็ประมาณว่า....

 

จะเล่าด้วยตัวหนังสือแดงละกันนะคะ ใครที่คิดจะไปดู ก็ข้ามไปแล้วกันน้อ

 

 

แพร(จ๋าที่เล่นเป็นทอม)...เนี่ยมีแฟนแล้วชื่อว่าใบตอง ทั้งสองคนก็แบบคบๆกันมา

เเต่แพรก็ไม่ได้มั่นใจเท่าไหรว่าใบตองจะรักตัวเองเหมือนที่ตัวเองรักเค้ารึเปล่า

จนวันนึงแพรก็ชวนใบตองมาอยู่ที่ภูเก็ตด้วยกัน (แพรเป็นเจ้าของโรงเเรมที่ภูเก็ต)

 เริ่มเรื่องเป็นตอนที่ใบตองโทรหาแพรในตอนที่แพรกำลังจะขึ้นเครื่องบินไปเที่ยว

ใบตองบอกว่ารอแพรอยู่ที่โรงเเรม เเพรเลยรีบบึ่งรถกลับมา...

 

ส่วนพี่เก่ง(ชาคริต)...ก็เป็นกระเทยที่ไปหลงรักกาย (หลุย) แต่ว่ากายอ่ะ แบบ...

หลอกไง...หลอกเพราะจะเอาผลประโยชน์คือให้เก่งเนี่ยเซ็นสัญญาซื้อขายให้

(กายเป็นเซลล์ขายเครื่องจักร เก่งเป็นเจ้าของโรงงาน) พอเก่งเซ็นให้ก็ตีจาก

หนีกลับกรุงเทพฯ เริ่มเรื่องเก่งกำลังบึ่งรถตามกายที่จะหนีไปขึ้นเครื่องที่สนามบินภูเก็ต

 

รถชน!!! แพรกะเก่งสลับร่างกัน

 

ทีนี้เก่งก็เอาร่างสาวเข้าหากาย (ที่ยอมกลับมาเพราะเก่งเซ็นสัญญาไม่ครบ)

ส่วนแพรก็(จำใจ)เอาร่างหนุ่มเข้าหาใบตอง แต่ใบตองไม่เล่นด้วยค่ะ

ก็ออกแนวระบายๆให้ฟังว่า "เนี่ย...ฉันตั้งใจจะมาบอกพี่แพรว่าจะตกลงมาอยู่ด้วยกันทีภูเก็ต"

(ออกแนวเปิดเผยให้ฟังว่ารักเเพร) แพรในร่างเก่งก็เลยแบบ อยากแลกร่างคืนเต็มที่

แต่อีเก่งในร่างสาวเนี่ยไม่เอาด้วย แบบพอเป็นสาวแล้วกายเล่นด้วยไง ก็ชอบใจ

 

เรื่องดำเนินไป แพรในร่างเก่งก็พยายามจะสื่อสารความรู้สึกกับใบตอง

ในขณะที่เก่งในร่างสาวก็ดี๊ด๊า เข้าใจว่ากายน่ะรักตัวเอง เก่งให้ของขวัญกายในวันวาเลนไทน์

เป็นของที่ตัวเองมองว่าสำคัญมาก แต่ปรากฎ...กายวางมันทิ้งไว้...จนมันตกน้ำ

เก่งพยายามไขว่คว้าเอาคืน สุดท้ายก็กระโจนลงน้ำไป

แล้วขณะเดียวกัน ซองสัญญาของอีตากายก็ตกลงน้ำไปด้วย (ทะเลนะคะ)

พี่แกก็กระโจนไปเก็บซองสัญญาแบบไม่คิดชีวิต...ไม่สนใจเก่งที่กำลังจะจมน้ำ

(ว่ายน้ำไม่เป็น -*-) ฉากนั้นจบลงแบบสะเทือนใจทีเดียว....

 

สุดท้ายเก่งในร่างสาวก็ยอมแลกร่างคืน ทั้งสองคนไปขับรถชนกันอีกที

แล้วทุกอย่างก็กลับปกติสุข....

 

เล่ายากแฮะ คิดว่าจะไม่จบเเล้วนะนี่ อ่านเเล้วเข้าใจ ช่วยพยักหน้ากันหน่อยจ้า

 

แป้งชอบนะ พลอตเรื่องมันไม่มีอะไรก็จริง แต่...

มันสื่อให้เรารู้ถึงสิ่งๆนึง

"ความรัก" บางทีการที่เรารั้งและไขว่คว้าก็รังเเต่จะเจ็บปวด

คนที่เค้าไม่รัก ไม่ว่าเราจะเป็นยังไง เค้าก็ไม่รักอยู่ดี

ฉะนั้นมองกลับกัน หากเค้าจะรัก....ไม่ว่าเราจะเป็นยังไง

เค้าก็คงรักเรา....ดังนั้น อย่าเฟค แสดงตัวตนเข้าหากัน

บริสุทธิ์ใจ ดีที่สุดค่ะ ^^

 

 

วันนับวันฉันเฝ้าเเต่รอ.....เมื่อเห็นหน้าเธอฉันจึงเป็นสุข

ก็ "เธอ" คือความสุขของฉันนี่เนอะ

"ฉันก็อยากให้เธอ...มีความสุขค่ะ"

วันนี้ ::: บางคน

บางคน....

 

 

 

ในชีวิตนึงของเรา บางทีเราก็ให้ความสำคัญกับตัวเองมากไปใช่ไหม

"มาก" จนบางคราวล้นเอ่อ

 

ทุกสิ่ง...ฉันควรได้รับ ทุกอย่าง...มันเป็นของฉัน

คิดเสียแบบนี้มากเสียจนลืมนึกไป

ว่าความจริงเราเองก็เป็นเเค่.... "ใครบางคน" เท่านั้นเอง

เป็นเพียงจุดธุลีบนโลกกว้างๆเบี้ยวๆใบนี้

 

ฉันนั่งคิดเรื่องนี้หลังจากฟังเพลงๆหนึ่ง

คิดเเล้วก็มองตัวเอง....ฉันต้องการอะไรเหรอคะในชีวิตเส็งเคร็งนี้

ชีวิตที่ลืมตาทุกวันพบเเต่ความปวดร้าว สุขผิวเผิน

 ชีวิตที่ทุกวันๆได้เเต่ใช้เพื่อให้มันหมดไป

ไม่มีจุดหมาย....

 

 

ท่ามกลางเมฆหมอกครึ้มๆ.... ไม่รู้ทำไมจึงมองเห็น"เธอ" อยู่ที่ตรงนั้น

ไม่นะไม่!!!....

ไม่ได้จะโอเว่อร์ขนาดว่าเธอคือเเสงสว่างของฉัน

โอ้วววว พระพุทธเจ้า.....เธอคือชีวิตของฉัน

นั่นมันน้ำเน่าเเล้ว -*-

 

ก็เเค่รู้สึกว่าในวันๆหนึ่ง ตั้งเเต่ได้เริ่มสังเกต ได้มองหาเธอ

ฉันก็มีอะไรให้ทำมากขึ้น

ได้ห่วงใย ใส่ใจใครบ้างที่นอกเหนือจากคนที่พบในกระจกทุกวัน

"มันดีนะ"

 อย่างน้อยก็ทำให้ยิ้ม ^___^ รู้จักที่จะให้....สิ่งดีๆกับใครสักคน

แม้มันจะมีบางอารมณ์ที่หม่นไปบ้าง เพราะความต้องการลึกๆ

ที่ตัดยังไงมันก็ไม่ขาดเสียที

ก็ไม่ใช่พระอรหันต์....ไม่สามารถปล่อยวางได้ขนาดนั้น

สิ่งที่ทำจึงยังหวัง....."หวังอะไรกลับมา"

ทั้งที่รู้ว่าหวัง....แล้วจะเสียใจก็ยังหวัง.....

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ประชากรห่วยๆของโลกคนนึงดื้อด้านได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้สิ!!

 

คนๆหนึ่งเป็นตั้ง "คนหนึ่ง" สำหรับตัวเอง

แต่เป็นเเค่ "ใครบางคน" สำหรับคนอีกมากมาย

เข้าใจเรื่องนี้ดีขึ้นผ่านความหม่นหมองทางอารมณ์ที่มี

 

"คนโดยมากอยู่ได้อย่างไม่ทุกข์ร้อนเเม้จะเป็นเพียงใครบางคนสำหรับคนนับล้าน"

(ใครบางคนให้วลีเด็ดนี้มา) ค่ะ.....เข้าใจ

เเต่....มันมากไปหรือ...???

 

ก็เเค่ไม่ต้องการเป็น "ใครบางคน" ของคนที่เราให้ความสำคัญ

เเค่อยากเป็น "คนๆหนึ่ง" ที่เธอจะมองแบบเจาะจงบ้าง.....สักครั้ง

 

 

 

 

 Somebody wants you
 เเค่บางคนที่ต้องการเธอ...

 Somebody needs you
 เเค่บางคนที่จำเป็นต้องมีเธอ

 Somebody dreams about you every single night
 เเค่บางคนที่ฝันถึงเธอทุกคืน

 Somebody can't breath without you, it's lonely
 เเค่บางคนที่หายใจขัดๆเมื่อไม่มีเธอ....เหงาหัวใจ

 Somebody hopes that one day  you will see
 เเค่บางคนที่หวังว่าซักวันหนึ่งเธอจะเห็น

 That Somebody's Me
 ว่า "บางคน" นั้น คือ.....ฉันเอง  

 

 

"ความหวัง" ขอเเค่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับมัน

เเม้บางคราวจะเจ็บปวด เเต่มันก็เป็นเสมือนชีวิตไปเสียเเล้ว

เหมือนเเม่...ถึงจะตีเราเเล้วเจ็บ

เเต่ก็ไม่อยากอยู่โดยไม่มีเเม่หรอก

มันอ้างว้างเกินไป.....

 

"ความหวัง"....ช่วยยืนเคียงข้างโดยไม่ทำร้ายฉันที.....นะคะ

 

 

Somebody hopes that one day  you will see

That Somebody's "Me".....

 

 

 

คุณดิท ((เวอร์ชั่นจิตไม่ปกติ))

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก กกก กกกก ก กก ก

หลังจากการสอบผ่านพ้นไปเมื่อวานจิตก็เริ่มไม่ปกติ

ไม่ขนาดลุกขึ้นมาฟ้อนรำหรอกนะ -*- แค่แบบ

"มันมีภาพหลอนค่ะ" ไปเล่าให้คุณเพื่อนต่างคณะฟัง

"ขนาดนั้นเลยหรอวะ???"

คือคำถามที่ได้รับกลับมา

ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าขนาดไหน เอาเป็นว่าลองเอาตัวอย่าง

ข้อสอบวิชา history of art นี่ไปชมสักข้อแล้วกัน -*-

 

      

 

คำถามถามว่า....(อ้า...อ้า....อ้า...อ้า....)

ให้นิสิตเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างของสองภาพ

ในเเง่เเรงบันดาลใจ การสร้างงาน ยุคสมัย ศิลปินและชื่อของภาพ

 

อ่ะน่อ.....ถามสั้นๆ คิดคำถามกันสองนาที -*-

แล้วเคยคิดถึงจิตใจคนอ่านมาสอบกันม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย O^O

 

ขอเท้าความไปถึงหนังสือที่อ่านสอบ เป็นชีทซีร็อกซ์สองหน้า

ราคา 94 บาท (เเค่ราคาคงพอเดาความหนากันเองได้ ขอย้ำว่ามันเป็นหน้าหลังค่ะ)

รูปมีทุกหน้า ต้องจำรายละเอียด ชื่อภาพ ศิลปิน ยุค

ท่าทางไม่ต่ำกว่าร้อยห้าสิบรูปทีเดียว แล้วก็เดาไม่ถูกว่า(ไอ้)คุณอาจารย์

จะเลือกเอารูปไหนมาออก

renessaunce (เขียนยังไง *---*)

baroque

rococo

neo classicism

romanticism

reallism

impressionism

post-impressionism

symbolism

expressionism

จนถึง....cubism

เเค่สมัยก็มีเป้นสิบ เลือกเอาสิคะ เลือกกันให้ม่วนอ๊กม่วนใจ๋

อีคนอ่านก็ตะบี้ตะบันอ่านไป มิหน้าซ้ำชีทซีร็อกซ์มองรูปไม่ออก

เห็นเป็นปื้นดำๆ ต้องใช้ญาณทรรศนะ เพ่งดูเอา

เสียเงิน เสียเวลา เสียสายตา เเถมเสียเซลฟ์

พระพุทธเจ้าช่วย กล้วยเชื่อมมมมมมมมมม!!!~

 

ไม่แปลกที่จิตจะหลุดออกจากร่างไป

ในเวลาสอบหนึ่งชั่วโมง

จำมาร้อยสองร้อยรูป ออกหกรูป -*-

หนึ่งในหกไม่พบในชีทที่อ่าน......-*-

มาเถอะค่ะ.....เอามีดมาเสียบอกเลยค่ะ เอาให้ทะลุๆ !!!!~

อ๊ากกกกกกกกกกกก กกกก กกก กกกก ก

 

 

เจ็บเเค้นเคืองโกรธโทษฉันใยยยยยยยยยยยยย~

 

"เพราะ "เธอ" คือคนที่ฉันเต็มใจจะหวังดี"

"ยิ้มกว้างๆ" เถิดนะ.....คุณ....ผู้ถูกรัก

^_______________________^

วันนี้ ::: ชอบ___สุข___กลัว

ช อ บ

ชีวิตนี้ฉันอะไรชอบตั้งมากมาย

ชอบเที่ยวเล่นลืมเวลา ชอบดูหนังรอบเย็นๆ

ชอบร้องเพลงคนเดียว ชอบฟังเพลงซ้ำๆเเค่สี่ห้าเพลง (ฟังทั้งวันได้)

ชอบกินข้าวเร็วๆ ชอบนอนคว่ำ ชอบเล่นผ้าขนหนู

ชอบโน่น ชอบนี่ ชอบนั่น เปลี่ยนไป หมุนไป หรือไม่ก็ซ้ำๆไป ทุกวันๆ

ชอบอะไรตั้งมากมาย.....

แค่ตอนนี้ฉัน "ชอบคุณ"เพิ่มขึ้นมาอีกสักอย่าง

มันแปลกยังไงนัก!!!

 

"ชอบใคร"....เป็นคำถามที่โดนถามบ่อยเหลือเกิน

เพราะชอบชี้นำให้ผู้คนสงสัยหรือไง...ก็เเค่ ในได ในเอ็ม ในสมุดบันทึก

(ในใจ อ้วกกกกก!!! เน่าเเล้ว)

ชื่อเช่อ หรือเรื่องราวที่เขียนมันเบนก็ไปหาคุณซะหมด

(ไดหน้านี้ก็อีกแล้ว -*-) เท่านั้นเอง

ก็นะ...ให้ทำยังไงคะ

พอชอบ อะไรๆมันก็คิดถึงเเต่คุณไปซะหมดนี่นา

ไม่ได้อยากโชว์ อยากอวด หรืออยากให้ใครมาถามหรอก

ถ้าจะให้อยากเเสดงอะไรสักอย่าง...คงเเค่อยากแสดงให้คุณรับรู้ (นิดเดียว)

แค่เก็บอาการไม่ไหว เก็บความรู้สึกไม่เก่ง

เป็นมาเเต่กำเนิดเเล้วหล่ะ (ให้แก้สันด-นตอนนี้คงจะยากแฮะ -*-)

 

"ชอบใคร"

คนอื่นถามยังพอเลี่ยงได้

เเต่พอคุณถามเอง...ฉันควรทำยังไง ><"

ต่อสู้ระหว่างหัวใจกับความกล้าในสามัญสำนึก

ดิ้นรน ส่ายหน้า

เม้มปาก บิดไม้บิดมือ เสียงสั่น

เปลี่ยนเรื่องคุย บ่ายเบี่ยง ตอบเลี่ยงๆ

บอกว่าถึงเวลาซักวันค่อยรู้นะ....-*-

หรือควรจะบอกเลย...

"ชอบคุณ"

 

.

.

..

ไม่ไหวๆ อะไรๆยังไม่พร้อมพอ

(รออะไรล่ะ)

รอให้ใจนิ่ง รอให้ความกล้ามันมากพอ

กล้าที่จะผิดหวัง กล้าที่จะเจ็บปวด

เมื่อนั้น จะบอกเเน่นอน

 

แต่ก็นะ...ถ้าตอนถามบรรยากาศมันเงียบพอ

คุณคงได้ยินไปแล้วมั๊ง....??

เสียงภายในที่มันตะโกน

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

ชอบคุณ

"รักคุณ"

เอ๊ะ!!!!~ ยังไง!!!! OoO""

 

พอทำสิ่งที่ชอบแล้วมัน....^______________^

ก็สุข ^^

 

สุ ข

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสุข

สุข....เพราะความไม่รีบร้อน ไม่ต้องวิ่งส่งงาน ไม่ต้องเบียดกับคนบนเรือ

         ไม่ต้องกลัวว่าจะลงรถตู้ยังไงเมื่อนั่งเเถวหลังสุด

สุข....เพราะได้นอนตื่นสายๆ ไม่มีงานรอ ไม่ต้องกังวลว่านาฬิกาจะปลุกกี่โมง

สุข...เพราะได้คุยกับคนดีๆ พูดเรื่องที่พูดด้วยกัน ไม่ใช่เเค่ฟัง หรือพูดอยู่คนเดียว

สุข....เพราะได้เดินคนเดียว อิสระอย่างใจ ไม่ต้องคอยคนข้างๆ ไม่ต้องมองหน้ามองหลัง

สุข....เพราะได้จับดินสอ ปากกา มาขีดๆเขียนๆ วาดเป็นภาพ ระบายสี เล่าเรื่อง อะไรก็ตามที่อยากจะจำ

สุข...เพราะได้มองสิ่งที่อยากจะมอง ซ้ำไปซ้ำมา มองแล้วยิ้ม ยิ้มเเล้วมองอีก มองจ้อง...มองนานๆ

สุข...เพราะได้สังเกตมุมเล็กมุมน้อย บ้าน ถนน คน อาคาร กิริยา อาการ

        ใบหน้า ตา จมูก ปาก คิ้ว คาง ผม (ของใคร??) 

สุข...เพราะได้คิดถึง...ได้รู้ว่าคุณอยู่ตรงไหน แม้ไม่เห็น ไม่ได้สัมผัส แค่จินตนาการ ก็ทำกันไป

สุข...

สุข...

โดยที่ไม่ได้คิดเท่าไหร่ว่า สุข.....มักไม่อยู่กับเรานานนัก

แล้วเผลอพอคิดไปแล้ว

ก็....กลัว...ขึ้นมา

 

 

 ก ลั ว

เคยไหมที่....กลัว...โดยไร้สาเหตุ

กลัวทั้งที่มันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

กลัวทั้งๆที่วันนี้ยังนั่งยิ้ม คุย หัวเราะ

แล้วอยู่ดีๆก็นึก...."กลัว"

 

บางทีชีวิตที่ผ่านมามันอาจจะขรุขระเสียจนชินแล้วล่ะมั๊ง

พอมาอยู่บนทางเรียบ...ทางที่ปูพรม

บางทีมันสบายเเละสุขเสียจนหวาดระแวง

กลัวต้องกลับไปยืนบนพื้นขรุขระ

กลัวจะรับความเปลี่ยนแปลงพวกนั้นไม่ไหวเสียแล้ว

 

จิตใจที่เคยแกร่งกร้าน...อะไรก็ไม่กลัวทั้งนั้น

สมองที่เคยสั่งการฉึบฉับ...ตื่นตัวตลอดเวลา

คิดหาทางรับมือกับความทุกข์ได้เสมอ

 

วันนี้เป็นอะไรไปแล้ว??

สบายจนเคยตัวหรืออย่างไรนะ...

 

หากขอพรได้สักข้อ อยากขอสิ่งใดกัน

"ขอสุขเช่นนี้ไปนานๆ"

หรือ

"ขอเรี่ยวแรงและปัญหากลับคืนมาให้ต่อสู้กันอีกครั้ง"

 

 

ชอบ >>> สุข >>> กลัว

เมื่อสามสิ่งนี้เชื่อมโยงกันมาเป็นลูกโซ่

แล้วควรอยู่อย่างไร

อยู่แบบไม่ชอบ

อยู่แบบไม่สุข

หรืออยู่แบบไม่กลัว

 

ยังไงดี!!!

 

 

กลัวเธอจะอายใครๆที่ฉัน...ไปรักเธอ

วันนี้ ::: มากมาย

 

อัพหนอ จะสอบยังอัพหนอ ตกหนอ ตกหนอ ตกหนอ ว๊ากกกกกก

555 เนื่องจากอ่านปัจจุบันทันด่วนสกิลวิชาภาษาอังกฤษก็คงไม่เพิ่มแล้ว

เลยออกเเนว เก็บชั่วโมงชิวดีกว่านะคะ ทำสมองให้เเจ่มใสพร้อมสอบเอาไว้ (มันอ้าง!!!)

 

ประการแรก

หลังจากได้รูปมาก็แอบอัพเรื่องนี้บ้างเเล้วกัน (แอบไปเพื่ออะไรมิทราบคะ!!!) -*-

16 ก.พ. 2551

เนื่องในโอกาสวันซ้อมรับปริญญาม.บางมด เราก็แอบฉุดกระชาก ปนขู่บังคับ

ไดข้างเคียงมาเจอกันค่ะ

prt-8.storythai.com

คุณท่านพี่นลิน หรือพี่ณัฐอันแสนป๊อปปูล่าของน้องๆนั่นเอง ><"

ว่ากันด้วยภาพเเล้วกัน เวอร์ชั่นไม่เเต่ง คิคิ มั่นไงว่าสวย!!

 

5555 55 5 ออกมาอย่างที่เห็น ชมได้อย่างเดียวเท่านั้นค่ะ -*-

คุณคนข้างๆเล่นผอมเอาๆ เราเลยบานเต็มกล้องเลย งืดๆ T^T

 

มาดูนี่ดีกว่า ...lonelyrobot ภูมิใจเสนออออออออออออออ

 

 

"พี่สาวที่พลัดพรากกกก พราก พราก..กก..กก" (ใส่เอคโค่เองจ้ะ)

 

 

 

 

ขโมยคนแถวนี้...น้องเค้า เอามาเป็นพี่เราเล้ยยยย สวยทั้งคู่ ปิ๊งงงง!!!

 

อื่ม...ก่อนจะสำลักความหล่อความสวย เราไปดูเรื่องอื่นดีมะ!!! (ความจริงหลอนไปแล้ว 55)

 

ประการที่สอง

วันอังคารที่ผ่านมา หลังวันสิ้นโลกในไดหน้าก่อน

มีสอบวิชาชอพค่ะ ^^ อีวิชาที่ให้ทำนาฬิกานั่นเองค่ะ

ขอเล่าถึงความอัปยศของมันนิดนึง...อัดอั้นๆๆ ><

 

(มุมเท้าความ : วิชานี้สอนเกี่ยวกับเครื่องจักรในการเป็นช่างไม้ค่ะ

ยกตัวอย่างเช่นเครื่องเลื่อยวงเดือน เครื่องกลึง เครื่องขัด บลาๆๆ

เป็นวิชาที่สนุกนะโดยเนื้อหา แต่อาจารย์ก็เก่งเกิ๊น!!! ทำให้มันหมดสนุกได้

ด้วยวาทะการสอนแบบ....อ๊ายยยยยย!!!!! เบื่อและโหดแบบไม่ทน!!!

การเข้าชอพต้องมีเสื้อเเละผ้าปิดจมูกเฉพาะค่ะ ตอนแรกกะเปรี้ยว

ลองฝืนไม่ใส่...บวกกับวันนั้นเข้าชอพขัดไม้ -*- ออกมานี่แบบ....

"มนต์รักเมืองหิมะ" ทีเดียว ฝุ่นไม้ทำเอาไอไปสองวัน ตัวขาวไปทั้งตัว

ฝุ่นจับ....ลองนึกภาพปกติขัดไม่ด้วยกระดาษทรายก็มีฝุ่นเเล้วนะ

อีเครื่องนี่เหมือนแผงกระดาษทรายหมุนความเร็วสูง ขัดทีพายุหิมะตั้งเค้าเลย -*-

แต่เรามีอาวุธไล่ฝุ่นด้วยหล่ะในชอพ มันคื๊อออออออออออออ....

"ปืนลม..ม..ม" เป็นปืนที่ต่อจากวาล์วลม ฉีดทีแบบ นางเอกมิสิคจ้า^^

ลมเเรงสั่งได้ สนุกมากกกกกกก เชิญชวนไปเล่นกัน แล้วไว้จะถ่ายคลิปมาให้ชม ^^)

 

...เท้าความยาวเอาโล่ แหะๆๆๆ....

 

ก้าวขาเข้าห้องสอบ...ข้อสอบเป็นแบบปฏิบัติ 5 ข้อแล้วเเต่ความกรุณาของอาจารย์

ได้สามใน 5 ถือว่าผ่าน ไอ้เราเเรกๆชิวเลย หมูๆ ตั้งใจเรียนทุกคาบไง...ยังไงน่าจะทำได้ ^^

 

"ทัษณีปภา ID117ค่ะ" (เราบอกหน้าชื่น อาจารย์ยืนหน้ามีความลับมาก แบบสีหน้าเจ้าเล่ห์

อารมณ์ว่า...มึงยิ้มไม่ออกเเน่ กุจะคอยดู๊....ว๊ากกกก)

 

ข้อที่1...

อาจารย์ : นี่เครื่องอะไร (ชื่อมือไปที่เลื่อยวงเดือน)

แป้ง : (ยิ้ม) เลื่อยวงเดือนค่ะ ^^

อาจารย์ : ขนาดเท่าไหร่ (หน้าสะใจขึ้นนิดนึง)

แป้ง : -*- ... หนูรู้ว่าเค้าวัดขนาดที่ใบเลื่อยอ่ะค่ะ เเต่มองเเล้วไม่รู้ว่าเท่าไหร่ วัดมั๊ยคะจารย์ (เริ่มลน)

อาจารย์ : (ก้มลงขีดในกระดาษเเล้วโบกมือไม่ให้ไปข้อต่อไป) 

 

ข้อที่2... (เดินมายังเครื่องที่เหมือนไม่เคยเห็นเเละใช้มาก่อนในชอพ)

อาจารย์ : นี่เครื่องอะไร (ชื่อมือไปที่อีเครื่องนั่น)

แป้ง : (ยิ้มไม่ออก) หนูว่าอาจารย์ไม่เคยสอนนะคะ ^^"""""

อาจารย์ : ไม่สอน???? (หน้าสะใจออกนอกหน้า)

แป้ง : -*- ... ค่ะ (พยักหน้าหงึกๆ)

อาจารย์ : งั้นคุณก็ตกแล้ว หึหึ (ก้มลงขีดในกระดาษเเล้วโบกมือไม่ให้ไปข้อต่อไป) 

อ๊ายยยยยยยย!!!! สาบานด้วยเกียรติเนตรนารีว่าพี่เเกไม่เคยสอนจริงๆนะ ฮึ่ย!!!!

 

ข้อที่3... (เดินมาที่เครื่องเลื่อยรัศมี)

อาจารย์ : เลื่อยไม้ให้ขาด (ยื่นไม่ให้ ทำหน้าเหมือนตัวโกงในทีวี -*-)

แป้ง : (ยิ้มนิดๆ กุทำได้เว่ยยยยยยยย)

แกร่ก....แกร่ก....แกร่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆ --------*--------

แป้ง : อาจารย์...เลื่อยเปิดไม่ติดค่ะ

อาจารย์ : มันใช้ได้

แป้ง : (เดินวนๆ...เปิดเเม่งทุกสวิตช์)

อาจารย์ : อย่าๆๆๆ คุณอย่ากดมั่วสิ มันใช้ได้เเล้ว ทำให้ถูกๆ

แป้ง : มันไม่ติดน่ะ (เสียงสั่น ตาเครือๆ)

อาจารย์ : มันใช้ได้

แป้ง : มันไม่ติด

อาจารย์ : มันใช้ได้

แป้ง : มันไม่ติดจริงๆ

อาจารย์ : งั้นก็ตกไป

ฮือออออออออออ....TT^TT มันเเกล้งเค้า แม่จ๋า

 

ข้อที่4...

อาจารย์ : เลื่อยไม้ออก 1 ซม. (เดินมาที่เลื่อยวงเดือน)

แป้ง : (ยิ้มทั้งน้ำตา รับไม้มา หมุนเครื่อง) ครืด...ครืด...แก๊ก...แก๊ก....ครืดดดดดดดดดด

            (ไม้ขาดแบบทุลักทุเลนิดนึง) 

อาจารย์ : .......

ขอสะใจ ข้อเดียวก็ยังดี ^^"

 

ข้อที่5...

อาจารย์ : เลื่อย 45 องศา

แป้ง : OoO"" (ฮะ!!! ว๊อท???)

อาจารย์ : (ยื่นไขควงมา หน้าตาโจรได้อีกกกกก)

แป้ง : (ก้ม เงย ...อ่อ...ปรับตรงนี้เอง ฟลุคเจอแฮะ แต่...ไขควงเอามาทำไมวะ)

แป้ง : (เอื้อมมือไปจิเปิดเครื่อง)

อาจารย์ : หยุด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ไขควงทำไมไม่ใช้

แป้ง : .... (พูดไม่ออก)

อาจารย์ : พอๆๆๆ คนต่อไปๆ

แป้ง : จารย์ ตกลงหนูผ่านไหมคะ (วิงวอน แม้จะอยากกระโดดเตะผ่าหมากมากๆตอนนั้น)

อาจารย์ : ไม่รู้!!! ไปๆๆๆ

 

 

อ่าว....ไรฟะ!!!~ แม่ง...เจอข้างนอกนะ...สวยแน่

สรุปการสอบ